Can't find topic? find here

Adsense

Showing posts with label Asia history. Show all posts
Showing posts with label Asia history. Show all posts

Tuesday, December 8, 2009

Ho Chi Minh's philosophy

(1890-05-19)
Ho Chi Minh's eyeglasses by thane.

 (19 พฤศภาคม 1890- 2 กรกฏาคม 1969 (อายุ79ปี))

  • "Nothing is more valuable than independence and freedom-ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการมีเอกราชและอิสรภาพ."
  • "Those who wish to seize Vietnam, must kill us to the last man, woman, and child-ใครอยากจะยึดเวียดนามจะต้องฆ่าทุกคนจนถึงเด็กคนสุดท้าย"

  • "I follow only one party: the Vietnamese party.-ฉันจะทำทุกอย่างเำพื่้อชาวเวียดนามเท่านั้น"
  •  
  • "You can kill ten of our men for every one we kill of yours. But even at those odds, you will lose and we will win." -คุณอาจจะฆ่าพวกเราได้10ในขณะที่พวกเราฆ่าท่านได้1ถึงกระนั้นท่านจะแพ้และเราจะชนะ.
  •  
  • "It is better to sacrifice everything than to live in slavery!"-ยอมเสียสละทุกอย่างดีกว่าการถูกใช้เยี่ยงทาส
  •  
  • "The Vietnamese people deeply love independence, freedom and peace. But in the face of United States aggression they have risen up, united as one man."-ในอกของชาวเวียดนามๆเรารักอิสรภาพและสันติ แต่เนื่องจากอเมริกาจู่โจมเรา เราจึงจำเป็นต้องลุกขึ้น และสามัคคีกัน

  • "When the prison doors are opened, the real dragon will fly out."-เมื่อคุกถูกเปิด มังกรตัวจริงจะปรากฏ

  • "It was patriotism, not communism, that inspired me."-ความรักชาติต่างหากที่เป็นแรงบันดาลใจ  ไม่ใช่คอมมิวนิสต์

 ประวัติของเขาแบบละเอียดเป็นภาษาอังกษ
http://www.tactileint.com/seasia/saigon/hochiminh.html

    Friday, October 16, 2009

    Proverb from Romance of Ancient China

    *เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต * - กวนอู

    *ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว * - เตียวหุย (เตียวหุยเป็นคนเจ้าอารมณ์หุนหันพลันแล่น ตอนตายนี่ตายเพราะถูกทหารของตัวเองฆ่า)

    *อย่าไล่สุนัขให้จนตรอก อย่าต้อนคนให้จนมุม * - ซุนวู

    *อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย * - ซุนวู



    *ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น * - เล่าปี
    *เพราะ แสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" * - เล่าปี (ก้าวแรกของการจะเป็นใหญ่ของเล่าปี่ คืออาสาปราบโจรโพกผ้าเหลือง)


    *นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ * - ซีซี (ซีซีเลือกที่จะเป็นที่ปรึกษาให้เล่าปี่)

    *ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น * - เล่าปี่

    *จริงคือลวง ลวงคือจริง ถ้าคุณคิดว่าข้าศึกมีทางเลือกเพียง 2 ทาง จงแน่ใจได้ว่าเขาจะเลือกทางที่ 3 * - ขงเบ้ง (ดีดพิณลวงสุมาอี้)

    *ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี * - ขงเบ้ง

    *มังกรถ้าไร้หัว หางก็ตีกันเอง ถ้าคานบนเอน คานล่างก็เบี้ยว ถ้าเสาเอกเฉียง เสาโทก็เฉียง* - พระเจ้าเลนเต้กับสิบขันที

    *คนมองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยก็จะมาถึงตัว คนไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว* - ข้อคิดจากนายพลโฮจิ๋นในมุมมองของโจโฉ

    *ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี* - ตั๋งโต๊ะ

    *ไม้คดใช้ทำขอเหล็กงอใช้ทำเคียว แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย * - ลิโป้

    *เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร * - ลิโป้

    *เมื่อ เสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลึกใส่ปลีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ * - ลิโป้

    *ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น* - ลิโป้

    *เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต * - กวนอู


    + กวนอู ถือเป็นเทพพระเจ้าแห่งความซื่อสัตย์นะ ไม่เทพเจ้าแห่งสงคราม กวนอูตายเพราะความซื่อสัตย์ที่มีต่อเล่าปี่ กวนอูเป็นคนเดียวในสามก๊ก ที่ผู้คนพากันยกย่องปั้นรูปบูชา

    + ลิโป้ คือเทพเจ้าแห่งสงคราม เพราะลิโป้ถือเป็นนักรบที่เก่งและแกร่งที่สุดในสามก๊กแล้วแหละ ประมาณว่า กวนอู+เตียวหุย+เล่าปี่ ลิโป้ยังน่าจะเก่งกว่าอีก แต่เก่งอย่างเดียว อย่างอื่นหาดีไม่ เพราะเป็นคนไร้คุณธรรม ชั่วช้า เลี้ยงไม่เชื่อง ไม่เคยซื่อสัตย์กับใคร สุดท้ายของชีวิตถูกทหารของตัวเองจับมัดเหมือนหมูเอาไปส่งให้โจโฉ

    Tuesday, September 29, 2009

    นายพลแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น:สึกิยามะ ฮาจิเมะ

    Sugiyama Hajime
    1มกราคม 1880 -  12 กรกฏาคม 1945 (อายุ 65ปี)
    Sugiyama Hajime1.jpg
    นายพลซูกิยามะ ฮาจิเมะ
    เกิืดที่
    โคคุระ ตำบลฟุกุโอกะ
    Place of death
    กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
    ปฏิบัติหน้าที่
    War flag of the Imperial Japanese Army.svg ทหารกองจักรวรรดิญี่ปุ่น
    ระยะเวลา
    1901-1945
    ตำแหน่ง
    แม่ทัพของกองทหารเคลื่อนที่เร็ว
    Battles/wars
    สงครามรัสโซ-ญี่ปุ่น(ชิโน)
    สงครามโลกครั้งที่สอง

                                   ฮาจิเมะ ซึกิยามะ (杉山 元, Sugiyama Hajime / Sugiyama Gen, 1 มกราคม 1880 - 12 กันยายน 1945) นายทหารบก และสำเร็จราชการในฐานะ เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของกองทหาร และดำรงในฐานะรัฐมนตรีสงครามในกองจักรวรรดิญี่ปุ่นนะหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

    ประวัติ

                             เกิดในชนชั้น ซามูไรตระกูล  Kokura (และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง Kitakyushu), จังหวัดฟุกุโอกะ ดำรงตำแหน่งผู้หมวดในปี 1901และเข้าร่วมในสงครามชิโน-ญี่ปุ่น
    และในปี1936 ได้เป็นนายพลเต็มตัวในฐานะผู้มีผลงานมากมาย


    รูปสึกิยามะ วันที่ 1 มิถุนายน 1943

    สงครามชิโน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง

                               วันที่26 กุมภาพันธุ์ 1938 สึกิยามะได้เป็นรัฐมนตรีแห่งสงคราม ภายใต้การครองบครองตำแหน่งอันทรงอันเนื่องมาจาก สถานการณ์ระหว่าง ทหารญี่ปุ่นใน แมนจูกัว ประเทศจีน ซึ่งมีสถานการณ์ที่ตึงเครียด, จนในที่สุดก็กลายเป็นการสู้รบ ณ สะพานมาโค โปโล ในท้ายสุด
        
    ในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 1938 Sugiyama ได้อาสาไปเป็นผู้บังคับบัญชา ณ กองทหารจีนภาคอุดร และหัวหน้ากองกำลังพิเศษมองโกลเลีย

    สงครามโลกครั้งที่สอง

    การเดินทางกลับญี่ปุ่นในปี 1939 เขาได้เดินทางไปศาลเจ้ายาสุกุนิ

    วันที่ 3 ตุลาคม 1940 เขาได้ทำงานแทน เจ้าชาย(มรว.)คังอิน โคโตฮิโตะ. ในวันที่ 5 ตุลาคม 1941, ได้มีแนวโน้มที่จะทำสงครามกับสหราชอาณาจักรอเมริกาและสหราชอาณาจักรมากขึ้น, เขาเป็นบุคคลที่ถูกองสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ ฮิโรฮิโตะทรงพระตำหนิอยู่บ่อยครั้ง ในเรื่องดุลยพินิจที่จะบุกจีนในปี 1937 ที่ว่าญี่ปุ่นจะกำชัยเหนือจีนภายในสามเดือน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถที่จะทำสงครามยึดจีนให้ได้เร็วกว่าที่ตะวันตกเคยทำได้
    Sugiyama ได้ถูกยกย่องและได้รับองพระราชทานยศนายทหารบกทั้งเหล่าให้แก่เขาในปี 1943. ในขณะที่ทัพของเขาถูกพันธมิตรทำลายเรียบ Sugiyama ได้แก้ไขโดยความช่วยเหลือของ นายพลโทโจฮิเดกิในวันที่ 21 กุมภาพันธุ์ ปีค.ศ. 1944


    10 วันหลังจากวันที่ญี่ปุ่นยอมแพ้ เขาได้ยิงตัวตายด้วยปืนสี่นัดที่ของทำงานของเขา ในขณะเดียวกันที่บ้านเขาภรรยาเขาก็ฆ่าตัวตาย หลุมศพของพวกเขชาฝังอยู่เคียงข้างกันในสุสาน ทามะ, ณ Fuchū, Tokyo.

    Feed up

    Freebacklink