Can't find topic? find here

Adsense

Tuesday, March 29, 2011

Open rumors:ishikawa goemon

เปิดเรื่องล่ำลือ:จอมโจรผู้ช่วยเหลือคนจน

 อิชิกาวะ โกเอมอน
·        มี ข้อมูลของประวัติ โกเมอน เป็นและทำให้เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษพื้นบ้านซึ่งมีความเป็นมาและต้นกำเนิด ได้รับการคาดการณ์อย่างกว้างขวางเมื่อการปรากฏตัวครั้งแรกของเขาในการประชุมพงศาวดาร, ในปีค.ศ. 1642  โกเอมอนถูกอ้างถึงว่าเป็นขโมย เป็น ตำนานของเขากลายเป็นที่นิยมการหาประโยชน์ต่อต้านเผด็จการต่างๆได้นำมาประกอบ กับเขารวมทั้งความพยายามลอบสังหารควรกับขุนศึกตระกูลโอดะ
มีหลายรุ่นของพื้นหลัง โกเอมอน และบัญชีของชีวิตของเขา หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งเขาได้ใช้ชื่อว่า Sanada Kuranoshin ใน 1558 เพื่อครอบครัวซามูไรในบริการของตระกูลที่มีประสิทธิภาพใน จังหวัดอิกะ ใน 1573, เมื่อพ่อของเขา(ยังแม่ของเขาในบางรุ่น) ถูกฆ่าโดยคนของโชกุนิอาชิคางะ,
เมื่ออายุ 15 ปี Sanada สาบานว่าจะแก้แค้นและเริ่มการฝึกอบรมศิลปะการต่อสู้ Minjutsu ภายใต้การสอนสั่งของ Momochi Sandayu
·        (บ้างก็ชื่อ Momochi Tamba หรือ Ishikawa Akashi ) เขา ถูกบังคับให้หนี แต่เมื่อเขาค้นพบหลักความจริง
 
                     อย่างหนึ่งในผู้ติดตาม ของเขา (แต่ก่อนที่จะขโมยดาบตอบแทนจากครูของเขา) บาง รัฐแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ชื่อของเขา Gorokizu (五郎吉) และบอกว่าเขามาจากจังหวัดคาวาชิ และไม่ได้ nukenin (นินจาพยายามวิ่งหนี) ที่ทั้งหมด แล้ว เขาย้ายไปยังภูมิภาคคันไซใกล้เคียงซึ่งเขาได้นำวงดนตรีที่เกิดขึ้นและการ โจรกรรมและโจรเป็นโกเมอน, จอมโจรอุดมไปด้วยเกี่ยวกับระบบศักดินาเจ้านายร้านค้าและวัดและร่วมกันปล้นทรัพย์ กับชาวนาถูกกดขี่.   ตามรุ่นอื่น ซึ่ง ยังมีความพยายามนำมาประกอบเป็นพิษล้มเหลวในชีวิต Nobunaga เพื่อโกเมอน, เขาถูกบังคับให้กลายเป็นโจรปล้นเมื่อมีเครือข่ายนินจาเสียขึ้น.
นอก จากนี้ยังมีบัญชีที่ขัดแย้งกันหลายของการดำเนินสาธารณะโกเมอนของอยู่หน้าประตูหลักของวัดในพุทธศาสนา Nanzen - ji ในเกียวโตรวมทั้ง แต่ไม่ จำกัด เฉพาะคนที่ต่อไปนี้ (แม้กระทั่งวันที่มากของการเสียชีวิตของเขามีความไม่ชัดเจนเป็นบางส่วน และเป็นที่ถกเถียงกันอยู่จนถึงทุกวันนี้
·        โกเมอนพยายามที่จะลอบสังหารฮิเดโยชิ เพื่อล้างแค้นการตายของภรรยาของเขา Otaki และการจับตัวของลูกชายของเขา Gobei เขาแอบเข้ามาใน Fushimi Castle และเข้ามาในห้องของ Hideyoshi  แต่ไปเผลอเตะโดนกระดิ่งที่ขอบเตียง ทำให้ทหารของฮิเดโยชิได้ยินและโกเมอนก็ถูกจับกุม เขาถูกพิพากษาให้ตายด้วยการต้มมีชีวิตอยู่ในกระทะน้ำเหล็กพร้อมกับบุตรสาวของเขามาก แต่สามารถช่วยลูกของเขาโดยถือเขาเหนือน้ำมันแต่บุตรชายของเขาได้รับการยกเว้น.
• Goemon อยากจะสังหารฮิเดโยชิเพราะเขาเป็นผู้ที่ชอบการกดขี่ เมื่อเขาเข้ามาในห้อง Hideyoshi ของเขาถูกตรวจพบ เขาถูกประหารชีวิตในวันที่ 24 สิงหาคมพร้อมกับทุกคนในครอบครัวของเขาโดยการต้มในน้ำมัน.
 


• Goemon ในตอนแรกได้พยายามที่จะช่วยชีวิตลูกชายของเขาจากความร้อนโดยถือเขาสูงขึ้น แต่แล้วเขาก็ลดลงลึกลงไปในน้ำมันเดือดจะฆ่าเขาให้เร็วที่สุด   เขาก็ยืนอยู่กับร่างกายของเด็กที่จัดขึ้นในอากาศสูงในการต่อต้านของศัตรูของ เขาจนในที่สุดเขาก็ยอมจำนนต่อความเจ็บปวดและการบาดเจ็บและจมในหม้อ.






·        อิชิกาวะ โกเอมอนปัจจุบันเล่นในฐานะตัวละครตัวหนึ่งในละครคาบูกิอันเป็นละครที่โด่งดังมากในญี่ปุ่น
·       








และทำเป็นเกมส์และหนังสือการ์ตูนมากมายเช่นเรื่องลูแปง, Basara, Senkoku musou
  อิชิกาวะ โกเอมอนในเกมส์Basara& Senkoku musou


  อิชิกาวะ โกเอมอนในเรื่องลูแปง


ตัวละครโกเอมอนในเรื่องลูแปงก็คงจะคล้องจองกันดีตรงที่ว่าพระเอกก็เป็นจอมโจร(ที่เป็นโจรขโมยเพื่อตัวเอง)ที่ชื่อเสียงบันลือโลก อัลเซน ลูแปง(Lupin)


                  โกเอมอนคนมหากาฬ  และอิชิกาวา โกเอมอน(2010)  
หนังเรื่องนี้บอกจามตรงว่าดูแล้วประทับใจใน กราฟฟิกของเรื่องนี้มากๆทั้งสนุก เนื้อหาถึงแม้จะต่างจากหลักความเป็นจริงของประวัติศาสตร์ไปมากๆก็เหอะครับไม่ว่าจะชุดของโนบุนากะที่ออกอัศวินของยุโรป     ปืนแก็ตลิ่ง   เกราะของลูกกระจอกผสมผสานออกมาได้ผสมยุโรป-ญี่ปุ่นมากแต่ดูๆแล้ว
ก็น่ากลัวมาก




ในหนังเรื่องนี้สมรภูมิเซกิงาฮาระนั้นมิตสึนาริพ่ายแพ้ถูกต้องตามประวัติศาสตร์


        ส่วนการ์ตูนเวอร์ชั่นนี้ก็แตกต่างจากเนื้อหาของภาพยนต์และประวัติศาสตร์จริง  โดยสิ้นเชิงแต่ก็เป็นแนวของอาจารย์โยเนฮาระที่ว่าชอบเขียนตัวละครออกมาได้แนวเกย์และผสมๆลายเส้นไกล้เคียงกับลายเส้นยุโรป
   ทำนองว่า โกเอมอนเป็นศัตรูกับโนบุนากะและฮิเดโยชิก็เป็นคู่ปรับกับพระเอกแต่ที่เจ๋งมากคือฮิเดโยชิเป็นนินจาแต่จริงๆแล้วฮิเดโยชิเป็นยอดขุนพลและมีปืนลูกโม่ Taurus ใช้ด้วย











Monday, February 21, 2011

Open legend: Yakuza

ยากูซ่า หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า โกะคุโด นั้นเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณใน ประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบันนี้ ยากูซ่าเป็นปรากฏการณ์ของกลุ่มอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก สื่อตะวันตกนั้นในบางครั้งจะเรียกกลุ่มยากูซ่านี้ว่า “มาเฟียญี่ปุ่น”





ประวัติ

คำว่า “ยากูซ่า” นั้นเดิมทีมาจากการเล่นไพ่ของญี่ปุ่น "โออิโช-คาบุ" (เล่นกับไพ่ดอกไม้ (ฮานะฟุดะ) หรือไพ่ kabufuda) คล้ายคลึงกับไพ่บาคารา ค่าของไพ่จะถูกบวกเข้าด้วยกัน และตัวเลขสุดท้ายของผลรวมจะถูกนับเป็นคะแนน ไพ่ที่ถือในมือที่แย่ที่สุดในเกมคือ ชุดของเลข แปด, เก้า และ สาม ซึ่งจะให้ค่ารวมกันเท่ากับ 20 และคะแนนก็จะได้เท่ากับศูนย์นั่นเอง (ตัวเลขสุดท้ายของ 20 คือ 0 ) รูปแบบการนับดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้น เรียกตัวเลขเหล่านี้ว่า ยา กู และซ่า ตามลำดับ (8, 9 และ 3) ด้วยเหตุนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของคำว่า "ยากูซ่า" ส่วนในการนับตัวเลขของญี่ปุ่นสมัยใหม่นั้น 8, 9 และ 3 จะอ่านออกเสียงว่า "ฮาจิ – คุ – ซัน" ซึ่งเป็นชื่อที่ในบางครั้งยากูซ่า ก็ถูกเรียกในปัจจุบันนี้



พวกยากูซ่าเลือกใช้ชื่อนี้เพราะว่า คนที่ถือไพ่ ยา - กู - ซ่า (8, 9 และ 3) ในมือนั้นต้องการทักษะมากที่สุด และเป็นผู้ที่มีโชคน้อยที่สุดเพื่อที่จะชนะ ดังนั้นผู้ที่ชำนาญเท่านั้นที่จะสามารถแก้เกมเพื่อให้ชนะได้ ชื่อยากูซ่านี้ยังได้ถูกใช้เพื่อแสดงถึงความโชคร้ายที่อาจจะได้รับหากทำการ ต่อต้านกลุ่มด้วย



ยากูซ่า มีรากมาจากวิวัฒนาการทางสังคมตั้งแต่สมัยเอโดะ (พ.ศ. 2146 - พ.ศ. 2410) ยุครุ่งเรืองของโชกุน ซึ่งในเวลาเดียวกัน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมในสมัยนั้นได้กลายมาเป็นความรับผิดชอบของ สมาชิกในสังคมมากกว่าที่จะเป็นของพวกไดเมียว (ขุนนาง) นี่เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของเมืองต่าง ๆ ที่อยู่นอกเมืองหลวง ดังที่รัฐบาลในสมัยเอโดะได้อนุญาตให้มีปราสาทสำคัญเพียงปราสาทเดียวในแต่ละ จังหวัด แม้ว่าพวกยากูซ่าจะยืนยันว่าต้นกำเนิดของพวกเขาเป็น โรบินฮูดญี่ปุ่น และเป็นผู้ให้ความคุ้มครอง แต่นักวิชาการบางคนค้นพบว่าต้นกำเนิดของพวกเขาเริ่มต้นที่ kabukimono (พวกขี้เมา) หรือยังเป็นที่รู้จักว่าเป็น hatamoto yakko (คนรับใช้ของโชกุน) กลุ่มคนเหล่านี้เป็นโรนิน (ronin) เป็นพวกซามูไรที่ไร้เจ้านาย มักจะทำทรงผมและแต่งตัวแปลกตา มีกิริยาที่รุนแรง พูดสำเนียงภาษาเถื่อนหยาบ และมีคำแสลงเฉพาะ มักจะถือดาบยาว อ้างตัวเป็นผู้รับใช้โชกุน เรียกร้องค่าคุ้มครองจากชาวบ้าน ประกาศตัวเป็นผู้พิทักษ์ รักษาระเบียบ และป้องกันชุมชนจากผู้คุกคามภายนอก เชื่อว่าตนเป็นประหนึ่งวีรบุรุษที่ยืนหยัดอยู่ข้างผู้ยากไร้และคนที่ไม่มี ทางสู้ เช่นเดียวกับวีรบุรุษ พวกเขามักจะทำการต่อสู้กับพวกโจรผู้ร้าย และกลุ่มต่าง ๆ เพื่อปกป้องชุมชนของพวกเขา ในเมืองที่ใหญ่กว่า กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ก็มักจะเกิดมีขึ้นในเวลาพร้อม ๆ กัน และพวกเข้ามักจะต่อสู้กันเพื่อดินแดน อำนาจ และเงินตรา



ยากูซ่า มีพัฒนาการที่กลายเป็นต้นแบบพฤติกรรมปัจจุบันจาก



1.กลุ่มพ่อค้าเร่ ซึ่งเป็นชนชั้นต่ำสุดในระบบวรรณะสมัยเอโดะ ตั้งกลุ่มขึ้นจัดสรรผลประโยชน์ให้สมาชิก จัดแบ่งพื้นที่ค้าขายในงานเทศกาลต่างๆ ทั้งงานวัด งานศาลเจ้า อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยสมาชิกจ่ายค่าเช่าและค่าคุ้มครอง

2.กลุ่มนักพนัน เพราะการลักลอบที่มักใช้บริเวณวัดและศาลเจ้าร้างชานเมืองเป็นสถานประกอบการ ต้องวางกำลังคุ้มกันบ่อนซึ่งเงินทองสะพัด

สำหรับการสักร่างกาย หรือ Irezumi ก็สักไว้เปลือยโชว์ขณะเล่นพนัน เป็นสัญลักษณ์ประกาศศักดา รวมถึงการบั่นปลายนิ้วก้อยมือซ้าย แทนความสำนึกผิดอย่างสูง นิ้วก้อยซ้ายสำคัญมากในการจับถือถ้วยลูกเต๋าเล่นพนัน



หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยากูซ่ารับอิทธิพลวัฒนธรรมอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มอันธพาล "อัล คาโปน" ตั้งแต่การแต่งกาย ยานพาหนะที่เป็นรถยนต์สีดำคันใหญ่ บางส่วนเข้าเป็นกลไกใต้ดินให้ซีไอเอ และกลุ่มการเมืองอนุรักษนิยม ต่อต้านคอมมิวนิสต์ และกำจัดปฏิปักษ์ทางการเมือง ครอบคลุมทั้งฟอกเงิน ปั่นหุ้น ปล่อยเงินกู้ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด รีดไถ และฮั้วประมูล อิทธิพลมิได้จำกัดอยู่เฉพาะในญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว



รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกพวกเขาด้วยศัพท์ทางกฎหมาย Boryo-kudan หรือ violence groups แต่สำหรับองค์กรอาชญากรรมที่มีรากฐานมายาวนาน คำดังกล่าวเป็นการหลู่เกียรติหยามศักดิ์ศรีรุนแรง เพราะความหมายของ Boryo-kudan ผลักยากูซ่าลงเป็นเพียงมิจฉาชีพที่อาศัยความรุนแรงก่อเหตุธรรมดา ๆ



การลงโทษ

การลงโทษของยากูซ่ามีทั้งหมด 7 ขั้นไล่จากหนักไปหาเบา ได้แก่
1. เซทสึเอน-ตัดขาดออกจากกลุ่ม
2. อะมน-ไล่ออกจากกลุ่ม
3. โชะบาโร-การจ่ายค่าปรับ
4. ยุบิทสึเนะ-ตัดนิ้ว
5. โคคะคุ-ลดตำแหน่ง
6. คินชิน-กักบริเวณ
7. คันปะทสึ-ตัดผม
การแต่งตัว
การแต่งตัวของสมาชิกยากูซ่าจากอดีตที่ผ่านมาจะเน้นการแต่งตัวและการทำผมไม่เหมือนใคร โดยจะสวมแว่นดำ สูทสีดำ เนคไทสีฉูดฉาด หากเป็นผู้นำจะแต่งตัวด้วยเครื่องประดับระบิบระยับราคาแพง และจะใช้นิยมใช้รถยุโรป ต่างจากชาวญี่ปุ่นทั่วไปที่มักจะใช้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศตัวเองมากกว่า



แต่ช่วงหลังทางการญี่ปุ่นเริ่มปราบปรามเด็ดขาด การแต่งตัวและการใช้รถจึงเปลี่ยนมาเป็นแบบคนปกติทั่วไปมากขึ้น



กลุ่มขนาดใหญ่

ปัจจุบัน ทางการญี่ปุ่นได้ขึ้นบัญชีดำยากูซ่าได้ทั้งหมด 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ในประเทศ ได้แก่



1. ยามะงุจิ-งุมิ มีสมาชิก 20,000 คน



2. ซุมิโยชิ-ไค มีสมาชิก 6,000 คน



3. อินะงะงะวะ-ไค มีสมาชิก 4,000 คน



นอกจากนี้แล้ว จะเป็นกลุ่มย่อย ๆ มีสมาชิกในจำนวนหลักร้อย

Feed up

Freebacklink